คนไทยไม่เคยลืม!! 10 คดี “โกงระดับชาติ!!” เป็นสิ่งที่ทำประเทศเสียหายอย่างหนัก!! ดูเลยถ้าใครยังไม่รู้!!

1257

ประเทศไทยผ่านการโกงระดับชาติมานับครั้งไม่ถ้วน จนถึงขณะนี้ก็มีหลายคดีที่คนยังจำกันได้และหลายคดีที่เลือนลางไปตามกาลเวลา เเละเราจะมาดู อีกหนึ่งเครื่องเตือนใจที่จะทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยผ่านการโกงสำคัญอะไรมาบ้าง เป็นอะไรที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างมาก!!

 

1

โกดังแบ๊ว (อภิมหากลโกง…ข้าวหายนะ) หลายคนอาจจะพอนึกได้ เพราะเป็นคดีที่ยังอยู่ในกระแสทุกวันนี้ นั่นคือคดีจำนำข้าว ซึ่งเป็นข่าวเมื่อปี พ.ศ. 2557 มูลค่าความเสียหาย 539,000 ล้านบาทสำหรับคดีนี้เป็นการโกงเชิงนโยบายที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศมากที่สุด เสียหายจากการขาดทุนมหาศาล เสียทั้งพันธุ์ข้าวดีๆ และเสียความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตให้กับโลก

 

2

สน.อร่อยชัวร์ (เปิบพิสดารโรงพักทั่วประเทศ) หรือคดีทุจริตโรงพัก ซึ่งเป็นข่าวเมื่อปี พ.ศ. 2555 มูลค่าความเสียหาย 5,848 ล้านบาท

3

โกงโฆษณ์ (เมื่อเงินอยู่เหนือจรรยาบรรณ) หรือที่คุ้นหูกัน คดีนกน้อยในไร่ส้ม ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในวงการสื่อเมื่อปี พ.ศ.2549 เมื่อผู้ที่เรียกตัวเองเป็นสื่อกลางที่จะชี้นำสังคมไปในทางที่ถูกต้องดันโกงซะเอง ด้วยการรับโฆษณาเกินเวลาแล้วซุกเข้ากระเป๋า พอโดนจับก็คืนแบบไร้ความรับผิดชอบ มูลค่าความเสียหากไม่มากไม่น้อย แค่ 138 ล้านบาทเท่านั้นเอง!

 

4

Slow Life Thailand (คดีเนิบช้าถ้ามีตังค์) หรือคดีบางกอกฟิล์ม เป็นข่าวเมื่อปี พ.ศ. 2552 มูลค่าความเสียหาย 61.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีที่โลกเกือบลืม ลืมไปแล้วว่าเขาโกง เนื่องจากความล่าช้าของผุ้บังคับใช้กฎหมายไทย จากกรณีการรับสินบนข้ามชาติในการจัดเทศการหนัง “บางกอกฟิล์มเฟสติวัล” ซึ่งสองสามีภรรยาชาวอเมริกาผู้ติดสินบน ถูกประเทศเขาตัดสินจับติดคุกจนทุกวันนี้ออกมาแล้ว แต่คนโกงบ้านเรากลับเพิ่งถูกสั่งฟ้อง

5

One Stop Corrupted (ทำเองกินเองโกงเอง จบ) นั่นก็คือคดีคลองด่าน นับเป็นคดีที่เหม็นเน่าของประเทศ โกงคนเดียวเสร็จสรรพ ด้วยการอุปโลกน์จัดตั้งทุกอย่างเอง ใช้อำนาจตั้งแต่เสนอโครงการบำบัดน้ำเสีย จัดซื้อที่ดิน ต.คลองด่าน ของบริษัทที่เป็นคนในครอบครัวตัวเองด้วยราคาที่สูงกว่าปกติ แถมยังเป็นพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ที่ได้มาโดยมิชอบ สุดท้ายก็เซ็นสัญญาอนุมัติเงินกันเอง ยิ่งไปกว่านั้นระบบบำบัดน้ำเสียที่ว่าก็ยังไม่เกิดขึ้น สนนราคาความเสียหายก็นิดหน่อยเท่านั้น 2.1 หมื่นล้านบาท

6

แพะ Stadium (เมื่อครูเป็นแพะแต่คนโกงลอยตัว) หรือคดีสนามฟุตซอลโรงเรียน สร้างความเสียหาย 600 ล้านบาท โดยผู้มีอำนาจทำเป็นหวังดีสร้างสนามกีฬากลางแจ้งให้แก่เด็กๆ ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า 17 จังหวัดฟรีๆ  แต่สิ่งที่ได้คือการสร้างสนามฟุตซอลในร่ม สร้างไม่ได้มาตรฐาน ใช้ไม่นานก็พังไม่เป็นท่า ส่วนคนที่โกงก็พูดแค่ลมปากลอยตัวสบาย เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ส่วนคดีความก็ให้ครูผู้หวังดีที่เซ็นรับงานเป็นแพะรับบาปแทนกันไป

7

โจรมหาโจร (คดีนี้ต้องกราบขอบคุณโจร) หรือคดีปลัดคมนาคม โดยข้าราชการรายนี้ร่ำรวยผิดปกติ ยื่นบัญชีทรัพย์สินกี่ที่ก็ไม่มีปัญหา ใครๆ ต่างก็หาความผิดปกติไม่เจอ กระทั่งโจรกระจอกปีนขึ้นบ้าน ซึ่งโจรก็ไม่คิดว่าจะเข้าไปเจอทรัพย์สมบัติมหาศาลถึงขั้นเสียดายที่ไม่ได้เอารถบรรทุกมาขน จนทำให้ทรัพย์สินของข้าราชการรายนี้ถูกเปิดโปง

8

พริตตี้ขรก. (สามัคคีเมื่อมีผลประโยชน์) คดีรถหรูนำเข้าเกรย์มาเก็ต โดยกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ร่วมกันโกงเป็นทีม โกงแบบบูรณาการ อาศัยช่องวางทางกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้เอกชนแสดงรายการส่วนประกอบรถยนต์ไม่ครบถ้วน และแจ้งราคานำเข้ารถยนต์หรูต่ำกว่าที่เป็นจริง ทำให้รัฐสูญเสียภาษีกว่า 6 หมื่นล้านบาท

9

เมตตามหาโกง (ต้นแบบประชานิยมปล้นชาติ) คดีโกงลำไย ความเสียหายมูลค่า 5 พันล้านบาท มีการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรแบบไม่ปฏิเสธการโกง ตั้งแต่การคัดเลือกบริษัทเอกชนที่ไม่เคยทำลำไยอบแห้งมารับงาน เปิดช่องนำลำไยเก่า คุณภาพต่ำมาวนขายซ้ำ การสวมสิทธิ์ เป็นคดีที่เกิดขึ้นมานมนาม แต่ไม่มีความคืบหน้าในการหาตัวต้นเหตุของการกระทำผิด

10

ไซด์ไลน์ของนายตำรวจ (รายได้เสริมกลางสี่แยก) คดีป้ายโฆษณาป้อมตำรวจ โดยมีกลุ่มตำรวจหัวใสติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ป้อมตำรวจ  โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของตำรวจ ส่วนใหญ่ที่ฉายกลายเป็นโฆษณาขายสินค้า เมื่อสถานที่รักษากฎหมายกลายเป็นแอบแฝงผลประโยชน์ นี่เลยไม่ใช่แค่ป้ายโฆษณาสินค้า แต่เป็นป้ายโฆษณาความฉ้อฉลของตำรวจไทยอย่างเปิดเผย โดยมีตำรวจระดับผู้กำกับ และรองผู้กำกับกว่า 50 สน.มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

credit wtfintheworld.com