เหมือนตายทั้งเป็น!! หนุ่มแค้นจงใจส่งรูป “มีอะไรกับชู้สาว” ให้เมียดู! คิดไม่ถึงเธอจะให้สิ่งนี้ตอบกลับมาแทน!! แทบล้มทั้งยืน!!

3126

คนเรามักจะเห็นค่าเมื่อสายเกินไปเสมอ เป็นบทเรียนชีวิตราคาแพงที่สุด!! ที่ไม่สามารถมาสอนใครได้ เพราะเรื่องแบบนี้ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้ จากคู่รักนักธุรกิจที่ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายสิบปี ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่กลับทอดทิ้ง “ภรรยา”  พอมาคิดได้ มันก็สายไปเสียแล้ว ที่จะเอาเวลานั้นกลับคืนมา….ซึ่งเขาได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดว่า…

ผมแต่งงานกับภรรยามาได้ 10 ปี โดยเราเริ่มคบกันตั้งแต่ม.ปลาย พอเรียนจบมัธยมเธอก็ไปทำงานทางใต้ ส่วนผมขึ้นเหนือเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมเป็นเด็กคนเดียวในหมู่บ้านที่ได้เรียนต่อ แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องดร็อปเรียนตอนปี 2 เพราะพ่อเกิดอุบัติเป็นอัมพาต แต่แฟนกลับนั่งรถไฟนำเงินมาให้ และบอกว่าต้องเรียนต่อ เพราะผมเป็นความภาคภูมิใจของเธอ

ตั้งแต่นั้นเธอก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เช่าห้องอยู่แถวมหาวิทยาลัย เธอก็ทำงานไปดูแลผมไปด้วยจนผมเรียนจบ แต่หลังจากนั้นแม่เธอก็ป่วย เธอจึงต้องกลับไปอยู่ที่บ้าน ทำให้เราต้องห่างกัน เรารักกันระยะไกลถึง 3 ปี จนเริ่มรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะคุยกันเพราะห่างกันมาก และเธอก็เริ่มรู้สึกต่ำต้อย ไม่เหมาะสมกับผม แต่ตอนนั้นผมยังรักเธอ ทั้งรักและขอบคุณ

และในที่สุดเราก็แต่งงานกัน เธอย้ายกลับมาอยู่กับผม จนปี 2008 ผมลาออกจากงานมาทำธุรกิจส่วนตัว และก็ไปได้ไม่ดีนัก ประจวบเหมาะกับเธอตั้งท้องพอดี ผมเลยขอให้เธอไปเอาลูกออกเพราะไม่มีเงินจะเลี้ยง แค่ลำพังสองคนยังไม่รอด

ต่อมาปี 2009 ธุรกิจเริ่มดีขึ้น ภรรยาก็ตั้งท้องอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่ผมขอให้เธอไปเอาลูกออก เพราะยังมีหนี้สินและภาระมากมาย ไม่พร้อมที่จะมีลูกจริงๆ หลังจากนั้นธุรกิจก็ยังขึ้นๆลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ จนถึงปี 2012 ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว ผมตั้งใจที่จะมีลูก แต่ทำยังไงภรรยาก็ไม่ท้อง เมื่อไปตรวจคุณหมอได้บอกว่า เธอมีโอกาสตั้งท้องน้อยมาก พอได้ยินแบบนั้นสภาพจิตใจผมก็เริ่มย่ำแย่ เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น ถึงขั้นลงไม้ลงมือ พ่อแม่ผมก็รบเร้าอยากอุ้มหลาน

เมื่อเจอแรงกดดัน ผมเลยขอหย่ากับภรรยา และเธอเองคงจะเสียใจ เลยหนีกลับบ้านไม่ยอมหย่า แล้วยังไปโวยวายกับพ่อแม่ผม ทำให้ผมโกรธมาก หลังจากห่างกันผมก็เริ่มไปคบกับ “พนักงานสาวในบริษัท” ตอนนั้นความรู้สึกระหว่างผมกับภรรยาแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี เราทะเลาะกันทุกวันที่เธอไม่ยอมหย่า จนผมสุดจะทนเลยจงใจส่งรูปขณะนอกใจมีอะไรกับสาวคนใหม่ไปให้เธอดู แต่เธอกลับนิ่งไม่ตอบและไม่โวยวายอะไรอีกเลย จนในที่สุดเธอก็ยอมหย่าเดือนพฤศจิกายนปี 2015 เราไปหย่ากันที่อำเภอ

โดยก่อนแยกย้ายกันไปเธอได้ยื่น “สมุดบันทึก” เก่าๆสภาพยับยู่ยี่ให้ผม และบอกว่า “สมุดนี้เล่มนี้คุณไม่เคยเห็น หลายปีมานี้คุณไม่เคยใส่ใจฉันเลย ถือซะว่าฉันให้เป็นของขวัญแล้วกัน” และเธอก็สวมกอดผมเป็นครั้งสุดท้าย โดยก่อนที่จะเดินไปเธอถามย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องการให้เธออยู่ข้างๆแล้วใช่มั้ย? ผมได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร เธอจึงเดินจากไป ซึ่งเธอคงผิดหวังมาก

หลังจากที่ผมเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นดู ก็ต้องตกใจ ที่เธอเคยตั้งท้องให้ผมถึง 4 ครั้งสองครั้งแรกในปี 2008-2009 ที่ผมเป็นคนบอกให้ไปเอาออก และอีกสองครั้งในปี 2010 แต่เธอไม่เคยบอก ผมจึงโทรกลับไปหาเธอ ถามว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่บอกว่าท้อง

เธอจึงตอบมาที่ฟังแล้วเหมือนถูกมีดกรีดลงกลางใจ เธอบอกว่าตอนนั้นในหัวผมมีแต่เรื่องงาน ไม่เคยสนใจเธอ และเธอเองก็รู้ว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสำหรับการมีลูก เลยช่วย “ตัดสินใจแทน”หลังจากวางสายไป ใจผมสั่น เธอไปเอาลูกออกแล้วยังกลับบ้านมาซักผ้าทำอาหารให้ผม โดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ

ผมได้แต่ร้องไห้และโทษตัวเองที่ไม่เคยสนใจเธอเลย และอยากได้เธอกลับมาอีกครั้ง จนวันที่เสียไป ถึงรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามันดีแค่ไหนที่มีเธออยู่ข้างกาย …